บทความนี้เขียนขึ้นมาด้วยความขุ่นข้อง
ต้องหาที่ระบายเป็นตัวช่วย
สังคมไทยเรามีหลักที่สังคมให้คุณค่า
เมื่อบ่งบอกว่าเป็นคุณค่าแล้วละก็
มักจะเป็นสิ่งที่ควรทำและปฏิบัติ
หรือละเว้น ไม่ปฏิบัติ
ได้มีโอกาสใกล้ชิดบุคคลหลายจำพวก
ไล่ตั้งแต่ระดับบนๆ ยอดของสังคม
และเรื่อยมาไต่ระดับลงสู่คนในระดับเบื้องล่าง
สิ่งหนึ่งที่สังคมไทยให้ความหมายมากคือความเป็นผู้ใหญ่
ความเป็นผู้ใหญ่นี้ไม่ได้หมายเพียงเฉพาะการมีอายุมาก
แต่การมีอายุมากนั้นต้องประกอบด้วยประสบการณ์ วิจารณญาณ และหลักคุณธรรม
อ่อ รวมทั้งหลักในการปกครองและดูแลผู้น้อย
แต่ฉะไหนกันเล่าที่บุคคลหลายคนที่ได้รับการนับถือว่าเป็นผู้ใหญ่
กลับทำตัวไม่สมกับฐานะที่ได้รับ ถึงแม้ว่าไม่ต้องได้รับการนับถือว่าเป็นผู้ใหญ่จากใครๆ ก็ตาม
แต่ด้วยวัยวุฒิแล้ว เมื่อบุคคลหนึ่งดำรงอายุถึงในระดับหนึ่งแล้ว
ทุกคนจะได้สถานะภาพ "ความเป็นผู้ใหญ่" มาโดยอัตโนมัติ
"ความเป็นผู้ใหญ่" ในสังคมไทยไม่ได้จำกัดเฉพาะการประพฤติปฏิบัติที่เหมาะควรแก่วัยและฐานะ
แต่ยังหมายรวมถึงการประพฤติให้เป็นที่เคารพและเป็นที่พึ่งพาของผู้น้อยได้
อีกทั้งยังหมายรวมถึงการไม่ใช่อำนาจที่ได้มาจาก "ความเป็นผู้ใหญ่" นี้ไปปฏิบัติมิชอบ
ไปเอาเปรียบผู้ที่ด้อยกว่าทั้งฐานะทางเศรษฐกิจ สังคม และหน้าที่การงาน
"ความเป็นผู้ใหญ่" ของสังคมไทยให้ความสำคัญกับสถานะการเป็นที่พึ่งพาได้
พึ่งพาในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงมิติด้านไม่ดีของ "ความเป็นผู้ใหญ่" ของสังคมไทย
เช่น เส้นสาย ระบบอุปถัมภ์ การช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ให้ได้มาหรือหลุดพ้นผลแห่งการกระทำผิดของผู้น้อยที่ขอความช่วยเหลือ
"ความเป็นผู้ใหญ่" ต้องมีความมีน้ำใจ ห่วงอาทร และหวังดีกับผู้น้อย
ไม่ใช่เอาประโยชน์จากผู้น้อยเพียงแค่คิดว่าตนเองมีสถานะที่สูงกว่า จึงควรได้รับการดูแลและความนับถือจากผู้น้อยแต่ถ่ายเดียว
บุคคลที่มี่อายุมากหลายคนที่พบประสบเจอ มีพฤติกรรมดังที่กล่าวไว้ข้างต้น
ซึ่งบอกตามตรงว่ารับไม่ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแสดงออกมาซึ่งความไร้น้ำใจต่อผู้น้อย
ยังเชื่อมั่นในค่านิยมด้านดีนี้ของคนไทยเสมอว่า
เมื่อใดก็ตามที่เราขออาศัย ไหว้วาน ขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น โดยเฉพาะจากผู้น้อยแล้ว
และผู้น้อยนั้นหยิบยื่นน้ำใจให้ โดยไม่ปฏิเสธ และทำด้วยความเต็มใจแล้ว
ผู้ใหญ่คนนั้นควรแสดงออกซึ่งการซาบซึ่งในน้ำใจที่ได้รับ
สิ่งนี้คงไม่ใช่การเรียกร้องสิ่งตอบแทน
แต่เป็นสิ่งที่บุคคลที่มีสถานะความเป็นผู้ใหญ่พึงปฏิบัติ
มิใช่อะไรหรอก ล้วนแต่เพื่อเป็นผลดีเองต่อผู้ใหญ่คนนั้นเอง
เพื่อรักษาสถานะความเป็นผู้ใหญ่เอาไว้และรักษาการปกครองและการได้รับความเคารพนับถือต่อไป
ไม่ให้เป็นที่ค่อนขอด ตำหนิ หรือถอนหงอกได้ในภายหลัง
โดยเฉพาะท่านทั้งหลายทีมีตำแหน่งหน้าที่การงานและสถานะเป็นบุคคลสาธารณะหรือกึ่งสาธารณะ
ยิ่งต้องระมัดระวัง ต้องรักษาความเป็นผู้ใหญ่ไว้ให้มั่นและเหมาะสม
สังคมไทยให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำใจมาก
ซึ่งเป็นค่านิยมที่ดีและควรรักษาเอาไว้
การมีน้ำใจสะท้อนความมีอารยธรรม
ซึ่งมันสะท้อนว่าสังคมนั้นอุดมไปด้วยความเอื้อเฝื้อเผื่อแผ่ ความเอื้ออาทร และความห่วงใยใส่ใจระหว่างบุคคลในสังคม
เป็นกลไกทางสังคมที่สร้างขึ้นมาเพื่อลดการเอาเปรียบ การปกป้องผู้ที่ด้อยกว่า
และสร้างสรรค์ จรรโลงสังคมที่น่าอยู่ที่ทุกคนหยิบยืนน้ำใจให้กันและกัน
ในเมื่อคนที่ได้รับสถานะความเป็นผู้ใหญ่ ทำตัวไม่เหมาะสมกับสถานะนี้
ขาดซึ่งน้ำใจแล้ว ก็ได้แต่เห็นว่าคนๆ นั้นขาดแล้วซึ่ง "ความเป็นผู้ใหญ่"
และไม่น่าจะได้รับความนับถือและเคารพจากผู้น้อยต่อไปเลย
วันนี้เซ็งกับความประพฤติของคน
ที่กระทบต่อตัวคนอื่นๆ ที่อยู่รายล้อม
เบื่อ เห็นแล้วเพลียจริงๆ
วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2552
วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2552
the boy in the stripped pyjamas
ภาพยนตร์เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สองที่ดำเนินเนื้อเรื่องในเยอรมนีทั้งหมด
ถ่ายทอดความคิดของผู้แต่งเรื่องนี้ได้ดี
ดูหนังประเภทสงครามทีไรได้ความรู้สึกแบบนี้ทุกที
คือไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงเข่นฆ่ากันได้
ด้วยเหตุลผลว่าฉันดีกว่าแก ฉันมันเลือดบริสุทธิ์กว่า ต้องรักษาเผ่าพันธุ์ของฉันไว้
และฆ่าล้างโคตรพวกต่ำ พวกสวะออกให้หมด
ความคิดแบบนี้น่ากลัวมาก ทำล้ายโลกมาหลายครั้งและยังคงดำเนินต่อไปถึงทุกวันนี้
เนื้อเรื่องสะท้อนความสมบูรณ์แบบชีวิตในอุดมคติที่มนุษย์ชั้นสูง (คนขาว) ต้องธำรง
มีคุณพ่อ คุณแม่ คุณลูกหญิงและคุณลูกชาย
ครอบครัวอบอุ่น คุณพ่อเป็นนายทหาร คุณแม่เป็นแม่บ้านแต่งตัวสวย
คุณลูกๆ เกิดมาบนความเพียบพร้อม แต่งตัวสวยงามและพักอาศัยในบ้านหลังโตแบบยุโรป
ชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงเมื่อคุณพ่อนายทหารได้รับการเลื่อนยศให้ไปดูแลค่ายกันกันชาวยิวในต่างจังหวัด
บ้านหลังนี้อยู่ใกล้กับค่ายกักกันที่ตอนแรกสมาชิกในครอบครัวไม่ทราบว่าเป็นสถานที่อะไร
ค่ายกักกันรอบรั้วด้วยลวดหนามไฟฟ้า กั้นจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
จริงๆ แล้ว รั้วนั้นกั้นอะไรกันหรือ หรือกันไม่ให้คนยิวออกมาข้างนอก
หรือกั้นคนขาวที่อ้างว่ามีสายเลือดอารยันออกจากคนยิว
การก่อรั้วอาจสะท้อนระบบความคิดแบกแยกของเยอรมันในขณะนั้น
กั้นรั้วลวดหนามเพื่อความปลอดภัยของตนจากชาวยิว
ซึ่งมีทั้งอันตรายอยู่ในตัวของมันเอง มันสามารถช็อตใครก็ใด ไม่ว่าเยอรมันหรือยิวหากเข้าไปใกล้
การบ่มเพาะเยาวชนว่าชาติตนยิ่งใหญ่แบบไม่ลืมหูลืมตา
ดังในคำกล่าวที่ตัวละครเด็กพูดว่า "the history of my people is great and glorious"
อาจเป็นคำกล่าวของฮิตเลอร์ในหนังสือ "mein kamf" ก็เป็นได้เพราะไม่เคยอ่าน
ได้ยินแล้วก็สะอึกว่ามันไม่ได้มีเฉพาะในหนัง
แต่มันมีอยู่จริงในโลกใบนี้ที่เราๆ ท่านๆ สามารถหาอ่านได้ในหนังสือประวัติศาสตร์ชาตินิยมทุกเล่ม
ไม่น่าเชื่อว่าการโฆษณาชวนเชื่อ กรอกหู กรอกสายตาชาวบ้านทุกวันๆ
ถ่ายทอดความคิดของผู้แต่งเรื่องนี้ได้ดี
ดูหนังประเภทสงครามทีไรได้ความรู้สึกแบบนี้ทุกที
คือไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงเข่นฆ่ากันได้
ด้วยเหตุลผลว่าฉันดีกว่าแก ฉันมันเลือดบริสุทธิ์กว่า ต้องรักษาเผ่าพันธุ์ของฉันไว้
และฆ่าล้างโคตรพวกต่ำ พวกสวะออกให้หมด
ความคิดแบบนี้น่ากลัวมาก ทำล้ายโลกมาหลายครั้งและยังคงดำเนินต่อไปถึงทุกวันนี้
เนื้อเรื่องสะท้อนความสมบูรณ์แบบชีวิตในอุดมคติที่มนุษย์ชั้นสูง (คนขาว) ต้องธำรง
มีคุณพ่อ คุณแม่ คุณลูกหญิงและคุณลูกชาย
ครอบครัวอบอุ่น คุณพ่อเป็นนายทหาร คุณแม่เป็นแม่บ้านแต่งตัวสวย
คุณลูกๆ เกิดมาบนความเพียบพร้อม แต่งตัวสวยงามและพักอาศัยในบ้านหลังโตแบบยุโรป
ชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงเมื่อคุณพ่อนายทหารได้รับการเลื่อนยศให้ไปดูแลค่ายกันกันชาวยิวในต่างจังหวัด
บ้านหลังนี้อยู่ใกล้กับค่ายกักกันที่ตอนแรกสมาชิกในครอบครัวไม่ทราบว่าเป็นสถานที่อะไร
ค่ายกักกันรอบรั้วด้วยลวดหนามไฟฟ้า กั้นจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
จริงๆ แล้ว รั้วนั้นกั้นอะไรกันหรือ หรือกันไม่ให้คนยิวออกมาข้างนอก
หรือกั้นคนขาวที่อ้างว่ามีสายเลือดอารยันออกจากคนยิว
การก่อรั้วอาจสะท้อนระบบความคิดแบกแยกของเยอรมันในขณะนั้น
กั้นรั้วลวดหนามเพื่อความปลอดภัยของตนจากชาวยิว
ซึ่งมีทั้งอันตรายอยู่ในตัวของมันเอง มันสามารถช็อตใครก็ใด ไม่ว่าเยอรมันหรือยิวหากเข้าไปใกล้
การบ่มเพาะเยาวชนว่าชาติตนยิ่งใหญ่แบบไม่ลืมหูลืมตา
ดังในคำกล่าวที่ตัวละครเด็กพูดว่า "the history of my people is great and glorious"
อาจเป็นคำกล่าวของฮิตเลอร์ในหนังสือ "mein kamf" ก็เป็นได้เพราะไม่เคยอ่าน
ได้ยินแล้วก็สะอึกว่ามันไม่ได้มีเฉพาะในหนัง
แต่มันมีอยู่จริงในโลกใบนี้ที่เราๆ ท่านๆ สามารถหาอ่านได้ในหนังสือประวัติศาสตร์ชาตินิยมทุกเล่ม
ไม่น่าเชื่อว่าการโฆษณาชวนเชื่อ กรอกหู กรอกสายตาชาวบ้านทุกวันๆ
ว่าเรานั้นดีกว่า อีกฝ่ายต่ำกว่า ไม่ใช่คน จะประสบความสำเร็จ
หนังเรื่องนี้จบด้วยโศกนาฎกรรม สิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมากลับตัวเองทำลายตัวเองโดยแท้
ดังความจริงขอโลกนี้ ไม่มีใครทำลายตัวเองได้ราบคาบ
หากเป็นการทำลายล้างจากภายในด้วยตัวของมันเอง
ดังความจริงขอโลกนี้ ไม่มีใครทำลายตัวเองได้ราบคาบ
หากเป็นการทำลายล้างจากภายในด้วยตัวของมันเอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
