วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2552

the boy in the stripped pyjamas

ภาพยนตร์เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สองที่ดำเนินเนื้อเรื่องในเยอรมนีทั้งหมด
ถ่ายทอดความคิดของผู้แต่งเรื่องนี้ได้ดี
ดูหนังประเภทสงครามทีไรได้ความรู้สึกแบบนี้ทุกที
คือไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงเข่นฆ่ากันได้
ด้วยเหตุลผลว่าฉันดีกว่าแก ฉันมันเลือดบริสุทธิ์กว่า ต้องรักษาเผ่าพันธุ์ของฉันไว้
และฆ่าล้างโคตรพวกต่ำ พวกสวะออกให้หมด
ความคิดแบบนี้น่ากลัวมาก ทำล้ายโลกมาหลายครั้งและยังคงดำเนินต่อไปถึงทุกวันนี้

เนื้อเรื่องสะท้อนความสมบูรณ์แบบชีวิตในอุดมคติที่มนุษย์ชั้นสูง (คนขาว) ต้องธำรง
มีคุณพ่อ คุณแม่ คุณลูกหญิงและคุณลูกชาย
ครอบครัวอบอุ่น คุณพ่อเป็นนายทหาร คุณแม่เป็นแม่บ้านแต่งตัวสวย
คุณลูกๆ เกิดมาบนความเพียบพร้อม แต่งตัวสวยงามและพักอาศัยในบ้านหลังโตแบบยุโรป

ชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงเมื่อคุณพ่อนายทหารได้รับการเลื่อนยศให้ไปดูแลค่ายกันกันชาวยิวในต่างจังหวัด
บ้านหลังนี้อยู่ใกล้กับค่ายกักกันที่ตอนแรกสมาชิกในครอบครัวไม่ทราบว่าเป็นสถานที่อะไร
ค่ายกักกันรอบรั้วด้วยลวดหนามไฟฟ้า กั้นจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
จริงๆ แล้ว รั้วนั้นกั้นอะไรกันหรือ หรือกันไม่ให้คนยิวออกมาข้างนอก
หรือกั้นคนขาวที่อ้างว่ามีสายเลือดอารยันออกจากคนยิว
การก่อรั้วอาจสะท้อนระบบความคิดแบกแยกของเยอรมันในขณะนั้น
กั้นรั้วลวดหนามเพื่อความปลอดภัยของตนจากชาวยิว
ซึ่งมีทั้งอันตรายอยู่ในตัวของมันเอง มันสามารถช็อตใครก็ใด ไม่ว่าเยอรมันหรือยิวหากเข้าไปใกล้

การบ่มเพาะเยาวชนว่าชาติตนยิ่งใหญ่แบบไม่ลืมหูลืมตา
ดังในคำกล่าวที่ตัวละครเด็กพูดว่า "the history of my people is great and glorious"
อาจเป็นคำกล่าวของฮิตเลอร์ในหนังสือ "mein kamf" ก็เป็นได้เพราะไม่เคยอ่าน
ได้ยินแล้วก็สะอึกว่ามันไม่ได้มีเฉพาะในหนัง
แต่มันมีอยู่จริงในโลกใบนี้ที่เราๆ ท่านๆ สามารถหาอ่านได้ในหนังสือประวัติศาสตร์ชาตินิยมทุกเล่ม
ไม่น่าเชื่อว่าการโฆษณาชวนเชื่อ กรอกหู กรอกสายตาชาวบ้านทุกวันๆ
ว่าเรานั้นดีกว่า อีกฝ่ายต่ำกว่า ไม่ใช่คน จะประสบความสำเร็จ
หนังเรื่องนี้จบด้วยโศกนาฎกรรม สิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมากลับตัวเองทำลายตัวเองโดยแท้
ดังความจริงขอโลกนี้ ไม่มีใครทำลายตัวเองได้ราบคาบ
หากเป็นการทำลายล้างจากภายในด้วยตัวของมันเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น