วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

World Economic Forum เพิ่งออกผลการสำรวจสถานะความสามารถในการแข่งขันของ
ประเทศต่างๆ ทั่วโลก จำนวน 134 ประเทศ
เรียงอันดับประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันจากมากที่สุดไปต่ำสุด
10 อันดับแรก ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย
เรียงไปจาก
1. สหรัฐฯ
2. สวิส
3. เดนมาร์ก
4. สวีเดน
5. สิงคโปร์
6. ฟินแลนด์
7. เยอรมนี
8. เนเธอร์แลนด์
9. ญี่ปุ่น
10. แคนาดา
---
17. ไต้หวัน
21. มาเลเซีย
30. จีน
34. ไทย

เมื่อมองรายชื่อประเทศ 10 อันดับแรกแล้ว
ก็ไม่น่าแปลกใจ มีประเทศเอเชียอยู่ 2 ประเทศ คือ สิงคโปร์และญี่ปุ่น
2 ประเทศนี้มักอยู่หัวแถวของการสำรวจด้านเศรษฐกิจของโลกอยู่เสมอ
เกาะเล็กๆ อย่างสิงคโปร์มักครองแชมป์ของเอเชียและโลก
ในแง่ความสามารถในการแข่งขัน การทำธุรกิจ และการพัฒนา
ประเทศแถบสแกนดิเนเวียก็กวาดรางวัลต้นๆ ไปเกือบทุกประเทศ
ประเทศเหล่านี้มีอะไรดี?

ประเทศไทยตกจากอันดับที่ 28 มาอยู่ที่อันดับ 34
เหตุผลหลักคือปัญหาการเมืองไร้เสถียรภาพ
ตามมาด้วยนโยบายรัฐไม่นิ่ง และระบบราชการไร้ประสิทธิภาพ
รวมทั้งคอร์รัปชั่น ปัญหาเงินเฟ้อ การขาดแคลนแรงงานมีการศึกษา ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน
และกฎระเบียบด้านการแลกเปลี่ยนเงินตรา ปัญหาการปล่อยสินเชื่อ ระบบภาษี
ตลอดจนปัญหาการจ้างแรงงานท้องถิ่น กฎหมายแรงงานไม่ยืดหยุ่น
ปัญหาอาชญากรรม และท้ายสุดปัญหาสาธารณสุข

เมื่อเปรียบเทียบกับมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้าน
ไทยมีขนาดจีดีพี 245.7 ล้านดอลลาร์ และรายได้ประชาชาติต่อหัว 3,736 ดอลลาร์
ในขณะที่จีดีพีมาเลเซียมีขนาด 186.5 ล้านดอลลาร์ และรายได้ประชาชาติต่อหัว 6,947 ดอลลาร์
สถานะความสามารถในการแข่งขันของมาเลเซียคงที่จากปีก่อน
และรัฐบาลดูให้ความสนใจเกี่ยวกับการสำรวจครั้งนี้มาก
โดยถือเป็น benchmark ที่ต้องยกระดับการพัฒนาของมาเลเซียให้สูงกว่านี้
ทั้งนี้ จุดด้อยของมาเลเซียที่สำคัญอยู่ที่ปัญหาระบบราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ตามมาด้วยการคอร์รัปชั่น อาชญากรรม เงินเฟ้อ นโยบายรัฐแปรเปลี่ยนบ่อย
ส่วนปัญหาสาธารณสุขไม่มี อันนี้ต่างจากไทย

ไม่ทราบหน่วยงานของไทยให้ความสำคัญกับรายงานฉบับนี้มากน้อยแค่ไหน
อย่างน้อย การสำรวจและจัดอันดับนี้ถือเป็นมาตรวัดความสำเร็จของการพัฒนาประเทศได้ในระดับหนึ่ง
การยกอันดับมาอยู่ในอันดับที่ดีขึ้นหมายถึงการปรับปรุงและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของตน
หากจะดูในตัวนโยบายของไทยแล้ว ประเทศไทยมีการทุ่มเทงบประมาณในด้านนี้ไม่น้อย
เพื่อยกระดับการพัฒนาประเทศไปอยู่ในระดับที่ดีกว่า
และปรับให้ตัวเองหนีห่างจากการไล่ตามของเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์

แต่ดูเหมือนว่าเราไปไม่ถึงไหน ไม่ได้อยู่ในอันดับที่น่าพอใจนัก
มิหนำซ้ำยังถอยหลังลงคลอง โดยมีการเมืองเป็นตัวฉุดรั้ง

มีข่าวดีหน่อยนึง
การสำรวจประเทศที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจโดยธนาคารโลก
ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ดี ติด 1 ใน 15 ประเทศที่ทำธุรกิจง่าย
จึงเห็นว่าเรายังมีโอกาส จริงๆ มีโอกาสอีกมาก
ในการปรับปรุงพัฒนาประเทศเนื่องจากเรามีศักยภาพ
แต่เราไม่สามารถใช้ศักยภาพได้เท่าที่ควรอย่างที่ควรเป็น


ผมอยากเห็นประเทศไทยอยู่ใน 20 อันดับแรกของประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงของโลกจังเลยครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม หาดูได้ที่
http://www.weforum.org/en/initiatives/gcp/Global%20Competitiveness%20Report/index.htm

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น