จั่วเรื่องมาในภาคภาษาสเปน
Dios es argentino แปลเป็นไทยก็คือ พระเจ้าคือคนอาร์เจนตินา
ได้มาสัมผัสกับประเทศอาร์เจนตินาก็เกือบจะสี่ปีแล้ว
เรียนรู้และเข้าใจระบบและวิถีการดำเนินชีวิตของคนอาร์เจนตินาได้พอควร
แต่ก็จำกัดอยู่เฉพาะในเมืองหลวงที่ซึ่งคนเมืองกรุงเรียกตัวเองว่า porteno (คนท่าเรือ)
เนื่องจากคนยุโรปอพยพมาที่นี่และตั้งรกรากกันตรงบริเวณท่าเรืองกรุงบัวโนสไอเรส
อันเป็นจุดกำเนิดการเต้นแทงโก้ด้วย ยกแข็งยกขา ส่ายไปส่ายมา
อาร์เจนตินามีประวัติศาสตร์คล้ายคลึงกับไทย
ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองและเศรษฐกิจเหมือนๆกัน
เคยผ่านการมีระบอบการปกครองโดยทหาร
ล้มลุกคลุกคลานกับการเมืองอ่อนปวกเปียกมาเช่นกัน
เศรษฐกิจล้มระเนระนาดในปี 2002
ค่าเงินเปโซตกลงฮ่วบจากอัตรา 1 เปโซเท่ากับ 1 ดอลลาร์
มาเป็น 1 ดอลลาร์แลกได้ในปัจจุบันก็ 3.7 เปโซ
คนอาร์เจนตินามีความภาคภูมิใจในชาติตนเองมาก
มักโชว์ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติให้ชาวต่างชาติฟัง
จะว่าไป อาร์เจนตินาก็ร่ำรวยจริงๆ มีพื้นที่กว้างขวาง
มีแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับโลก น้ำจืดนี้ก็มาจากธารน้ำแข็งและทะเลสาปอันอุดม
มีแก๊สธรรมชาติ และยังถือครองดินแดนของขั้วโลกใต้ไว้ด้วย
แร่ธาตุก็มากมี แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติก็สวยงามติดอันดับโลก
อย่างเช่นน้ำตกอีกัวซูและธารน้ำแข็งยักษ์เปอริโต โมเรโน่
Dios es argentino แปลเป็นไทยก็คือ พระเจ้าคือคนอาร์เจนตินา
ได้มาสัมผัสกับประเทศอาร์เจนตินาก็เกือบจะสี่ปีแล้ว
เรียนรู้และเข้าใจระบบและวิถีการดำเนินชีวิตของคนอาร์เจนตินาได้พอควร
แต่ก็จำกัดอยู่เฉพาะในเมืองหลวงที่ซึ่งคนเมืองกรุงเรียกตัวเองว่า porteno (คนท่าเรือ)
เนื่องจากคนยุโรปอพยพมาที่นี่และตั้งรกรากกันตรงบริเวณท่าเรืองกรุงบัวโนสไอเรส
อันเป็นจุดกำเนิดการเต้นแทงโก้ด้วย ยกแข็งยกขา ส่ายไปส่ายมา
อาร์เจนตินามีประวัติศาสตร์คล้ายคลึงกับไทย
ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองและเศรษฐกิจเหมือนๆกัน
เคยผ่านการมีระบอบการปกครองโดยทหาร
ล้มลุกคลุกคลานกับการเมืองอ่อนปวกเปียกมาเช่นกัน
เศรษฐกิจล้มระเนระนาดในปี 2002
ค่าเงินเปโซตกลงฮ่วบจากอัตรา 1 เปโซเท่ากับ 1 ดอลลาร์
มาเป็น 1 ดอลลาร์แลกได้ในปัจจุบันก็ 3.7 เปโซ
คนอาร์เจนตินามีความภาคภูมิใจในชาติตนเองมาก
มักโชว์ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติให้ชาวต่างชาติฟัง
จะว่าไป อาร์เจนตินาก็ร่ำรวยจริงๆ มีพื้นที่กว้างขวาง
มีแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับโลก น้ำจืดนี้ก็มาจากธารน้ำแข็งและทะเลสาปอันอุดม
มีแก๊สธรรมชาติ และยังถือครองดินแดนของขั้วโลกใต้ไว้ด้วย
แร่ธาตุก็มากมี แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติก็สวยงามติดอันดับโลก
อย่างเช่นน้ำตกอีกัวซูและธารน้ำแข็งยักษ์เปอริโต โมเรโน่
นอกจากนี้ อัตราการรู้หนังสือในอาร์เจนตินานั้นถือว่าสูงที่สุดในลาตินอเมริกา
(เกร็ดเล็กน้อยนะครับ จากการสำรวจล่าสุด ชาวอาร์เจนตินาถือว่าตนเป็นคนมีความรู้สูง
มีสุนทรีย์ ชืนชมศิลปะ อันทำให้ตัวเองแตกต่างจากคนฮิสแปนิกอื่น)
และยังมีนักคิดนักเขียนได้รับรางวัลโนเบลมาแล้วด้วย
แต่ทำไม ทำไม อาร์เจนตินาถึงไม่สามารถใช้ความได้เปรียบเหล่านี้
ยกระดับพัฒนาประเทศให้เป็นประเทศชั้นแนวหน้าของโลกได้
อุเหม่ ก็ต้องย้อนมองอดีตเพื่อศึกษาปัจจุบันและอนาคตของอาร์เจนตินา
ใครเลยจะรุ้ว่าครั้งหนึ่งในช่วงทศวรรษที่ 19
อาร์เจนตินาเคยเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำของโลกแข่งขันกันมากับสหรัฐฯ
เอาว่าเคยติด 1 ใน 10 ประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในโลกแล้วกัน
รายได้ตัวหัวประชากรสูงกว่าฝรั่งเศสและอิตาลี
แต่เอวัง ผ่านมา 100 ปี สหรัฐฯ ก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลก
ในขณะที่อาร์เจนตินายังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
การเมืองโดยทหารจะมีอะไรเล่า
เอาทหารมาบริหารประเทศ ทุกคนก็ทราบ
บริหารไม่เป็นฮะ เรื่องเศรษฐศาสตร์ เงินๆ ทองๆ
นายพล นายพันจะรู้อะไร นอกจากกระสุนและดินปืน
อาร์เจนตินาถูกปกครองโดยทหาร ที่รู้จักกันมากก็นายพลฮวน เปรอง
สามีคุณเอว่า เปรอง หรือที่รู้จักกันในชื่อเอวิต้า
พวกเค้าเหล่านี้อย่างที่เรารู้กัน
นโยบายพัฒนาประเทศเน้นชาตินิยมและรัฐสวัสดิการ
ระบบเศรษฐกิจก็เป็นแบบที่นักวิชาการเรียกกันว่า Nazi-Style Economy
คือรัฐเข้าไปมีบทบาทมันทุกอย่าง ช่วยเหลืออุตสาหกรรมภายในประเทศ
ด้วยการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าที่สูง และดำเนินนโยบายประชานิยมสุดโต่ง
เพื่อการเป็นที่รักของชนชั้นรากหญ้าผ่านทางโครงการเอื้ออาทรต่างๆ (เอ...คุ้นๆ ไหมเอ่ย)
ไม่มีเงินก็ผลิตแบงค์ออกมาใช้ เงินเฟ้อของอาร์เจนตินาก็สูงปริ๊ดๆ
และก็กู้ฮะ กู้มาโปะหนี้
กว่าจะหลุดพ้นจากยุคทหารก็กินเวลามาถึงช่วงปี 1980
โดยเรียกช่วงเวลานั้นที่ทหารปกครองว่า the lost decades
เหมือนกับประเทศไหนอีกไหมครับท่าน?
รัฐบาลพลเรือนเข้ามาบริหารประเทศที่สถานะทางเศรษฐกิจอ่อนแอ
ทำไปทำมาเศรษฐกิจแย่หนักกว่าเดิม แบงค์ก็ล้ม ธุรกิจก็เจ๊ง
จนกลายมาเป็นอย่างที่เรารับรู้กันตามรายงานสื่อมวลชน
คนอาร์เจนตินาต้องออกมาเคาะหม้อเคาะไห (cacerolazo) หน้าบ้าน
(ตั้งแต่ผมมาอยู่ที่นี่ เคยมีประสบการณ์ได้ยินการเคาะไหมาแล้ว
ทุกบ้านร่วมใจเคาะถ้วยถังกาละมังหม้อพร้อมกันในเวลา 4 ทุ่ม
ดังสนั่นขจรประศาสตร์ทั่วเมืองเป็นเวลา 3 ชั่วโมง
คล้ายมีวงออเคสตร้าประสานเสียงให้ฟังก่อนนอน)
เคาะๆ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา
วิกฤตสร้างโอกาสและฮีโร่
ว่าแล้วอาร์เจนตินาก็ได้ประธานาธิบดีคนใหม่
นาย Nestor Kirchner ได้เร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
เจรจาผ่อนหนี้และท้ายสุดสามารถชำระเงินกู้จากไอเอ็มเอฟคืนจนหมด
แต่...เอาเงินมาใช้หนี้จากไหนกันนา ก็มาจากทุนสำรองระหว่างประเทศนะซี ง่ายจัง
เศรษฐกิจโงหัวขึ้นและไต่ระดับสูงน้องๆ เมืองจีน ติดต่อกันมาใช่ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
ในปลายปี 2007 อาร์เจนตินาก็ได้ผู้นำคนใหม่
เป็นหญิงและที่สำคัญเป็นภรรยาประธานาธิบดีคนก่อน
นาง Cristina Fernandez de Kirchner ขึ้นมาบริหารประเทศ
รับไม้ต่อจากสามี วิ่งผลัด 8 x 100 ต่อไปให้ครบเทอม 4 ปี
ดูจากคนรอบข้างและสื่อ ดูเหมือนว่าประธานาธิบดีคนนี้ไม่ค่อยเป็นที่น่าพิศมัยเท่าไหร่
คะแนนความนิยมล่นหวูบจาก 70% ในช่วงรับหน้าที่ใหม่ ตกมาเหลือที่ 30%
เพราะเหตุใดกันเล่า? นานๆทีจะมีผู้นำหญิงหัวใจแกร่งมานั่งคุมบังเหียน
ภาพหน้าฉากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สวยๆ
ขัดแย้งกับภาวะความเป็นจริง
เงินเฟ้อของอาร์เจนตินาสูงขึ้น ค่าครองชีพมีราคาแพงกว่าปีแรกที่ผมมา
รายงานเงินเฟ้อของรัฐบาลก็ไม่ตรงกับความจริง
บอกว่าไม่เฟ้อมาก เอามาจากไหนว่าเฟ้อมาก เพ้อเจ้อนะฮ้า
อาร์เจนตินาไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้เน่าของอเมริกาหรอก
แต่รัฐก็อัดฉีดเงินมหาศาลที่ได้มาจากการยึดกองทุนบำนาญเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
คนในชาติเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดว่าประเทศจะไปในทิศทางไหน
คนมีวินัย เคารพกติกามารยาท และมีลักษณะนิสัยและวัฒนธรรมเฉพาะ (ดีๆ)
ก็มักนำพาให้ประเทศไปสู่สิ่งที่ดี
ดังที่เราเห็นมาแล้วในกรณีของเยอรมนีและญี่ปุ่น
นิสัยประจำชาติกำหนดความเป็นไปโดยแท้
หาเหตุผลมาอธิบายลำบาก แต่มันก็ส่งผลต่อประเทศโดยรวมได้
อาร์เจนตินาก็เช่นกัน
“¿ Si Dios es Argentino por qué nos abandonó?”
(If God is Argentinean why did he abandoned us?)
อันนี้เป็นคำถามในหมู่คนอาร์เจนตินา
ว่าเหตุใดพระเจ้าถึงละทิ้งหนูไป
ไม่มีใครดอก ตัวเราเองนั่นแล
ข้อสังเกตเกี่ยวกับสังคมอาร์เจนตินาตามข้างล่างนี้เลยจ้า
1. ใจร้อน ตัวอย่าง หากรถคุณเป็นคันหน้าตรงแยกจราจร เมื่อเปลี่ยนเป็นไฟเขียวปุ๊บ
รถคันหลังจะบีบแตรใส่รถคุณทันทีเพื่อให้ขับออกไปโดยพลัน
2. พร้อมจะเอาเปรียบคนอื่น ตัวอย่าง หากคุณต่อคิวและแถวรอคิวนั้นยาวมาก
คุณอาจจะเห็นบางคนพยายามมอง สอดส่อง หาทางเปิดแถวใหม่ให้ตัวเองเป็นคนแรกของคิว
3. โวยวาย ตัวอย่าง ณ โรงภาพยนตร์กลางกรุงที่ถือว่าดีที่สุดในอาร์เจนตินา
กลุ่มคนใช้บริการระดับ B ขึ้นไป ขณะกำลังฉายหนัง ซับไตเติ้ลภาษาสเปนไม่ขึ้น
ผู้ชมจะร่วมกันโห่ร้อง ปรบมือ และจะมีผู้กล้าลุกขึ้นยืนหันหน้าเข้าหาที่ฉายหนัง
พร้อมกับยกมือ 2 ข้างขึ้นเป็นรูปขนมจีบขึ้นลงไปมา
4. อ้างไปเรื่อย ตัวอย่าง คุณจะไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเพราะเหตุใดงานถึงช้า
หรือสิ่งของที่คุณต้องการไม่ได้ คนผู้นั้นจะอ้างไปเรื่อย ไม่รับผิดและบอกให้คุณมาใหม่อีกครั้ง
5. ลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า คอนเซ็ปการบริหารลูกค้าที่นี่คือลูกค้าไม่ใช่คนสำคัญ
คุณอาจได้รับบริการห่วยแตกจากห้างชั้นหรูหรือโรงแรมชั้นนำได้
ตัวอย่าง เป็นหน้าที่ของลูกค้าที่ต้องเตรียมแบงค์ย่อย
หากเข้าไปซื้อของที่ร้านชำด้วยแบงก์ใหญ่ๆ
เจ้าของร้านอาจแสดงสีหน้าไม่พอใจและบอกว่าไม่มีเงินทอน
คุณต้องเดินออกจากร้านมือเปล่า
6. หลุดจากโลกภายนอก ตัวอย่าง หากได้มาเยือนที่นี่
คุณจะได้สัมผัสกับโลกยุค 70 หากใครถวิลหายุคเรโทร
ที่นี่มีให้คุณได้ และคนอาร์เจนตินาโดยทั่วไปไม่สนใจโลกภายนอกมากนัก
รับรู้แต่ตัวเองเป็นสำคัญ อย่าหวังว่าเค้าจะรู้จักว่าประเทศของคุณอยู่ที่ไหน
7. รสนิยมวิไล คนอเมริกันมักบอกว่าชาวอาร์เจนตินาแต่งตัวสวย
อันนี้ก็อาจจะจริง คนที่นี่ชอบความหรูหราและการแสดงออกถึงการเป็นยุโรป
8. ไม่ค่อยเปิดรับ คนอาร์เจนตินาจะติดแต่สิ่งเดิมๆ
เป็นการยากที่จะให้เค้ารับสิ่งใหม่ๆ ตัวอย่าง คนอาร์เจนตินากินอาหารลำบาก
อาหารต่างชาติจะเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นกลางที่มีการศึกษา
แต่คนทั่วไปจะไม่กินอาหารต่างชาติเท่าไหร่
อาหารที่คนอาร์เจนตินากินวนเวียนอยู่ที่เนื้อย่าง พาสต้า ขนมปัง และสลัด
9. ลูกทุ่งๆ หากได้มาสัมผัสกับคนท้องถิ่น
จะรับรู้ว่ามีความเป็นภูธรสูง รักพวกพ้อง ไม่มีพิธีรีตอง และชื่นชอบชีวิตธรรมชาติ
10. ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาพ่อ ในเมืองหลวง คุณอย่าหวังว่าคุณจะพูดสื่อสาร
ด้วยภาษาอังกฤษกับคนอาร์เจนตินาได้ตลอด คนอาร์เจนติไม่ได้มีความกดดันว่า
การรู้ภาษาที่สองเป็นเรื่องสำคัญ เค้าจะรัวสเปนิชกับคุณเป็นชุดๆ โดยไม่คำนึงว่า
คุณมาจากไหน แต่ก็แปลก เห็นตั้งชื่อร้านรวง ชื่อสินค้าเป็นภาษาอังกฤษกันจัง
ใครเลยจะรุ้ว่าครั้งหนึ่งในช่วงทศวรรษที่ 19
อาร์เจนตินาเคยเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำของโลกแข่งขันกันมากับสหรัฐฯ
เอาว่าเคยติด 1 ใน 10 ประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในโลกแล้วกัน
รายได้ตัวหัวประชากรสูงกว่าฝรั่งเศสและอิตาลี
แต่เอวัง ผ่านมา 100 ปี สหรัฐฯ ก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลก
ในขณะที่อาร์เจนตินายังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
การเมืองโดยทหารจะมีอะไรเล่า
เอาทหารมาบริหารประเทศ ทุกคนก็ทราบ
บริหารไม่เป็นฮะ เรื่องเศรษฐศาสตร์ เงินๆ ทองๆ
นายพล นายพันจะรู้อะไร นอกจากกระสุนและดินปืน
อาร์เจนตินาถูกปกครองโดยทหาร ที่รู้จักกันมากก็นายพลฮวน เปรอง
สามีคุณเอว่า เปรอง หรือที่รู้จักกันในชื่อเอวิต้า
พวกเค้าเหล่านี้อย่างที่เรารู้กัน
นโยบายพัฒนาประเทศเน้นชาตินิยมและรัฐสวัสดิการ
ระบบเศรษฐกิจก็เป็นแบบที่นักวิชาการเรียกกันว่า Nazi-Style Economy
คือรัฐเข้าไปมีบทบาทมันทุกอย่าง ช่วยเหลืออุตสาหกรรมภายในประเทศ
ด้วยการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าที่สูง และดำเนินนโยบายประชานิยมสุดโต่ง
เพื่อการเป็นที่รักของชนชั้นรากหญ้าผ่านทางโครงการเอื้ออาทรต่างๆ (เอ...คุ้นๆ ไหมเอ่ย)
ไม่มีเงินก็ผลิตแบงค์ออกมาใช้ เงินเฟ้อของอาร์เจนตินาก็สูงปริ๊ดๆ
และก็กู้ฮะ กู้มาโปะหนี้
กว่าจะหลุดพ้นจากยุคทหารก็กินเวลามาถึงช่วงปี 1980
โดยเรียกช่วงเวลานั้นที่ทหารปกครองว่า the lost decades
เหมือนกับประเทศไหนอีกไหมครับท่าน?
รัฐบาลพลเรือนเข้ามาบริหารประเทศที่สถานะทางเศรษฐกิจอ่อนแอ
ทำไปทำมาเศรษฐกิจแย่หนักกว่าเดิม แบงค์ก็ล้ม ธุรกิจก็เจ๊ง
จนกลายมาเป็นอย่างที่เรารับรู้กันตามรายงานสื่อมวลชน
คนอาร์เจนตินาต้องออกมาเคาะหม้อเคาะไห (cacerolazo) หน้าบ้าน
(ตั้งแต่ผมมาอยู่ที่นี่ เคยมีประสบการณ์ได้ยินการเคาะไหมาแล้ว
ทุกบ้านร่วมใจเคาะถ้วยถังกาละมังหม้อพร้อมกันในเวลา 4 ทุ่ม
ดังสนั่นขจรประศาสตร์ทั่วเมืองเป็นเวลา 3 ชั่วโมง
คล้ายมีวงออเคสตร้าประสานเสียงให้ฟังก่อนนอน)
เคาะๆ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา
วิกฤตสร้างโอกาสและฮีโร่
ว่าแล้วอาร์เจนตินาก็ได้ประธานาธิบดีคนใหม่
นาย Nestor Kirchner ได้เร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
เจรจาผ่อนหนี้และท้ายสุดสามารถชำระเงินกู้จากไอเอ็มเอฟคืนจนหมด
แต่...เอาเงินมาใช้หนี้จากไหนกันนา ก็มาจากทุนสำรองระหว่างประเทศนะซี ง่ายจัง
เศรษฐกิจโงหัวขึ้นและไต่ระดับสูงน้องๆ เมืองจีน ติดต่อกันมาใช่ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
ในปลายปี 2007 อาร์เจนตินาก็ได้ผู้นำคนใหม่
เป็นหญิงและที่สำคัญเป็นภรรยาประธานาธิบดีคนก่อน
นาง Cristina Fernandez de Kirchner ขึ้นมาบริหารประเทศ
รับไม้ต่อจากสามี วิ่งผลัด 8 x 100 ต่อไปให้ครบเทอม 4 ปี
ดูจากคนรอบข้างและสื่อ ดูเหมือนว่าประธานาธิบดีคนนี้ไม่ค่อยเป็นที่น่าพิศมัยเท่าไหร่
คะแนนความนิยมล่นหวูบจาก 70% ในช่วงรับหน้าที่ใหม่ ตกมาเหลือที่ 30%
เพราะเหตุใดกันเล่า? นานๆทีจะมีผู้นำหญิงหัวใจแกร่งมานั่งคุมบังเหียน
ภาพหน้าฉากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สวยๆ
ขัดแย้งกับภาวะความเป็นจริง
เงินเฟ้อของอาร์เจนตินาสูงขึ้น ค่าครองชีพมีราคาแพงกว่าปีแรกที่ผมมา
รายงานเงินเฟ้อของรัฐบาลก็ไม่ตรงกับความจริง
บอกว่าไม่เฟ้อมาก เอามาจากไหนว่าเฟ้อมาก เพ้อเจ้อนะฮ้า
อาร์เจนตินาไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้เน่าของอเมริกาหรอก
แต่รัฐก็อัดฉีดเงินมหาศาลที่ได้มาจากการยึดกองทุนบำนาญเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
คนในชาติเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดว่าประเทศจะไปในทิศทางไหน
คนมีวินัย เคารพกติกามารยาท และมีลักษณะนิสัยและวัฒนธรรมเฉพาะ (ดีๆ)
ก็มักนำพาให้ประเทศไปสู่สิ่งที่ดี
ดังที่เราเห็นมาแล้วในกรณีของเยอรมนีและญี่ปุ่น
นิสัยประจำชาติกำหนดความเป็นไปโดยแท้
หาเหตุผลมาอธิบายลำบาก แต่มันก็ส่งผลต่อประเทศโดยรวมได้
อาร์เจนตินาก็เช่นกัน
“¿ Si Dios es Argentino por qué nos abandonó?”
(If God is Argentinean why did he abandoned us?)
อันนี้เป็นคำถามในหมู่คนอาร์เจนตินา
ว่าเหตุใดพระเจ้าถึงละทิ้งหนูไป
ไม่มีใครดอก ตัวเราเองนั่นแล
ข้อสังเกตเกี่ยวกับสังคมอาร์เจนตินาตามข้างล่างนี้เลยจ้า
1. ใจร้อน ตัวอย่าง หากรถคุณเป็นคันหน้าตรงแยกจราจร เมื่อเปลี่ยนเป็นไฟเขียวปุ๊บ
รถคันหลังจะบีบแตรใส่รถคุณทันทีเพื่อให้ขับออกไปโดยพลัน
2. พร้อมจะเอาเปรียบคนอื่น ตัวอย่าง หากคุณต่อคิวและแถวรอคิวนั้นยาวมาก
คุณอาจจะเห็นบางคนพยายามมอง สอดส่อง หาทางเปิดแถวใหม่ให้ตัวเองเป็นคนแรกของคิว
3. โวยวาย ตัวอย่าง ณ โรงภาพยนตร์กลางกรุงที่ถือว่าดีที่สุดในอาร์เจนตินา
กลุ่มคนใช้บริการระดับ B ขึ้นไป ขณะกำลังฉายหนัง ซับไตเติ้ลภาษาสเปนไม่ขึ้น
ผู้ชมจะร่วมกันโห่ร้อง ปรบมือ และจะมีผู้กล้าลุกขึ้นยืนหันหน้าเข้าหาที่ฉายหนัง
พร้อมกับยกมือ 2 ข้างขึ้นเป็นรูปขนมจีบขึ้นลงไปมา
4. อ้างไปเรื่อย ตัวอย่าง คุณจะไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเพราะเหตุใดงานถึงช้า
หรือสิ่งของที่คุณต้องการไม่ได้ คนผู้นั้นจะอ้างไปเรื่อย ไม่รับผิดและบอกให้คุณมาใหม่อีกครั้ง
5. ลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า คอนเซ็ปการบริหารลูกค้าที่นี่คือลูกค้าไม่ใช่คนสำคัญ
คุณอาจได้รับบริการห่วยแตกจากห้างชั้นหรูหรือโรงแรมชั้นนำได้
ตัวอย่าง เป็นหน้าที่ของลูกค้าที่ต้องเตรียมแบงค์ย่อย
หากเข้าไปซื้อของที่ร้านชำด้วยแบงก์ใหญ่ๆ
เจ้าของร้านอาจแสดงสีหน้าไม่พอใจและบอกว่าไม่มีเงินทอน
คุณต้องเดินออกจากร้านมือเปล่า
6. หลุดจากโลกภายนอก ตัวอย่าง หากได้มาเยือนที่นี่
คุณจะได้สัมผัสกับโลกยุค 70 หากใครถวิลหายุคเรโทร
ที่นี่มีให้คุณได้ และคนอาร์เจนตินาโดยทั่วไปไม่สนใจโลกภายนอกมากนัก
รับรู้แต่ตัวเองเป็นสำคัญ อย่าหวังว่าเค้าจะรู้จักว่าประเทศของคุณอยู่ที่ไหน
7. รสนิยมวิไล คนอเมริกันมักบอกว่าชาวอาร์เจนตินาแต่งตัวสวย
อันนี้ก็อาจจะจริง คนที่นี่ชอบความหรูหราและการแสดงออกถึงการเป็นยุโรป
8. ไม่ค่อยเปิดรับ คนอาร์เจนตินาจะติดแต่สิ่งเดิมๆ
เป็นการยากที่จะให้เค้ารับสิ่งใหม่ๆ ตัวอย่าง คนอาร์เจนตินากินอาหารลำบาก
อาหารต่างชาติจะเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นกลางที่มีการศึกษา
แต่คนทั่วไปจะไม่กินอาหารต่างชาติเท่าไหร่
อาหารที่คนอาร์เจนตินากินวนเวียนอยู่ที่เนื้อย่าง พาสต้า ขนมปัง และสลัด
9. ลูกทุ่งๆ หากได้มาสัมผัสกับคนท้องถิ่น
จะรับรู้ว่ามีความเป็นภูธรสูง รักพวกพ้อง ไม่มีพิธีรีตอง และชื่นชอบชีวิตธรรมชาติ
10. ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาพ่อ ในเมืองหลวง คุณอย่าหวังว่าคุณจะพูดสื่อสาร
ด้วยภาษาอังกฤษกับคนอาร์เจนตินาได้ตลอด คนอาร์เจนติไม่ได้มีความกดดันว่า
การรู้ภาษาที่สองเป็นเรื่องสำคัญ เค้าจะรัวสเปนิชกับคุณเป็นชุดๆ โดยไม่คำนึงว่า
คุณมาจากไหน แต่ก็แปลก เห็นตั้งชื่อร้านรวง ชื่อสินค้าเป็นภาษาอังกฤษกันจัง
ขอมาต่อคราวหน้าครับและจบท้ายด้วยสิ่งนี้

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น